เปลี่ยนเล็บซีดให้กลายเป็นเล็บสวย ด้วยประเภทสีทาเล็บต่างๆ

ปัจจุบันนี้การทำเล็บได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งตั้งแต่มี การทาเล็บเจล แบบสวยๆ น่ารักๆ ออกมาให้เลือกมากมายจนสาวๆ หลายคนอดใจไม่ไหวก็ยอมเสียเงินไปทำเล็บ แต่น่าเสียดายที่บางคนเสียเงินตั้งแพงแต่สีที่ได้กลับไม่เป็นอย่างหวัง เพราะพอทาบนเล็บจริงแล้วมันคนละเรื่องกับที่ทาบนเล็บตัวอย่างที่ช่างเอาให้เราดู ดังนั้นเราจึงควรรู้ ประเภทสีทาเล็บ ไว้ จะได้เลือกถูกใจไม่เฟล

ประเภทสีทาเล็บแตกต่างกันอย่างไร ประเภทไหนเหมาะกับเรา

  1. สีเนื้อมุก ประเภทแรกคือสีประเภทยอดนิยมมาตั้งแต่ยุคคุณแม่ ไม่ว่าจะยุคไหน ๆ ก็ยังคงความสวยคลาสสิก ไม่เชยได้เสมอมา สีเนื้อมุกนั้นเมื่อทาแล้วจะมีชิมเมอร์เล็ก ๆ ที่ให้ความวาวเวลาแสงตกกระทบ ดูเงางามอยู่เสมอ ช่วยเพิ่มความหรู เรียบร้อย เป็นผู้ใหญ่ให้กับผู้ทาได้เป็นอย่างดี
  2. เนื้อกากเพชร ต่อกันที่ ประเภทสีทาเล็บ ที่เพิ่มความสนุกและระยิบระยับขึ้นมา เนื้อกากเพชรนั้นแบ่งออกได้อีกหลายแบบตั้งแต่กากเพชรเล็กไปจนถึงกากเพชรใหญ่ แบบสีเจลใส หรือเนื้อเจลสี เวลาทาแล้วก็จะเพิ่มความเปล่งประกายให้กับเล็บ ดูไม่น่าเบื่อ ช่วยเสริมความโดดเด่นให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
  3. เนื้อครีม เป็นเนื้อที่มีความนิยมมากที่สุด เนื้อครีมนั้นจะยังคงมีความเงางามแต่ไม่มีความประกายหรือชิมเมอรืที่ระยิบระยับจนเกินไป มันจึงเป็นสีสุภาพที่เหมาะกับการทาในโอกาสต่าง ๆ มากกว่าสีประเภทอื่น
  4. เนื้อด้าน เป็นเนื้อแบบใหม่ที่ทาแล้วสีจะด้าน เพิ่มความเก๋ไก๋และแปลกใหม่ให้กับเล็บ แต่ยังคงความสุภาพ มินิมลอ ดูไม่หวือหวา กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ
  5. เนื้อใส เนื้อใสเป็นเนื้อที่ทาค่อนข้างยาก เพราะสีจะไม่เด่นชัด ทำให้เวลาทาจะต้องทาซ้ำหลายรอบ หากใครใจร้อนไม่รอให้แห้งก่อน สีอาจเกาะกันเป็นก้อนๆ ไม่สวยงามได้

เลือกประเภทสีทาเล็บให้ตรงใจ เพิ่มความมั่นใจให้สาวๆ เล็บสวย

ประเภทของสีทาเล็บ นอกจากจะแบ่งตามเนื้อสีได้แล้วยังแบ่งตามการใช้งานได้อีกด้วย เช่นสีทาเล็บธรรมดาที่แห้งช้า หลุดไว สามารถลอกได้เป็นแผ่นๆ และสีทาเล็บเจลที่แห้งเร็ว ติดทนนาน แต่วิธีการทาจะยุ่งยากกว่า อุปกรณ์ที่ใช้ก็ต้องมีเยอะกว่าอย่างเช่นเครื่องอบ UV เป็นต้น ดังนั้นสาวๆ ที่ชื่นชอบในการทาเล็บจึงควรศึกษาเป็นอย่างดี จะได้เลือก ประเภททาสีเล็บ ได้สวยถูกใจนั่นเอง

แนะนำสถานที่ต้องห้าม (พลาด) ในไทยสำหรับ คนรักธรรมชาติ

ช่วงนี้เทรนธรรมชาติรักโลกกำลังมาแรง วันนี้ จะขอชวนเพื่อนๆ มา สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติ กับสถานที่ต้องห้าม(พลาด)ในไทยสำหรับคนรักธรรมชาติ ที่พร้อมทั้งความสวยและบรรยากาศดี ธรรมชาติอันน่าหลงใหลหาได้เฉพาะที่เมืองไทย จะมีที่ไหนบ้างนั้น เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

  • บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

บ้านป่าบงเปียงเป็นหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยภูเขาที่ทำนาขั้นบันไดตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่เหมาะสำหรับ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ อย่างแท้จริงเพราจะได้สัมผัสกับอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ หากมาในยามเช้าจะ ได้พบกับ ทะเลหมอก และแสงอุ่นยามเช้าแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์และแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงสลับทับซ้อนกันเรียกได้ว่าหาชมยากมาก ๆเลยทีเดียว

  • ทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก

ทุ่งแสลงหลวง ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก เป็น ป่าเบญจพรรณ หรือชื่อยอดฮิตที่ชอบเรียกกันบ่อยๆคือสะวันนาเมืองไทย เพราะด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ตามเส้นทางตัดผ่านจะพบสัตว์ป่าที่ออกมาหากินตามข้างทาง รวมถึงความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนักทำให้ทุ่งแสลงหลวงถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถใช้ บริการที่พักและกางเต็นท์ พักแรมได้จากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ต่างประเทศกันสุดๆ

  • มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ

มอหินขาว หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่าสโตนเฮนจ์เมืองไทย ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าหินโงม จังหวัดชัยภูมิเป็นหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นบนลานหญ้ากว้างบริเวณเนินเขา ภายใน อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มอหินขาวไม่ได้มีเพียงแค่เสาหินทรายสีขาวรูปทรงสวยงามแปลกตาเท่านั้น แต่บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วย ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ สามารถมองเห็นเทือกเขาพร้อมทั้งผืนป่าที่เขียวขจีรวมทั้งบรรยากาศที่แสนจะสดชื่อเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ต้องห้ามพลาดกันเลย

  • ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่าโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมอจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ภูมิทัศน์ที่เป็นไฮไลท์จนถูกขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ก็คือ อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบตรงกลางที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ มีหงส์ขาวและหงส์ดำเป็นฉากหลัง อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศโรแมนติก อย่าบอกใคร

  • เกาะพยาม จังหวัดระนอง

เกาะพยาม ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะพยาม  จังหวัดระนอง เป็น เกาะขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยภูเขาขนาดย่อมๆ รวมถึงมี ป่าไม้เบญจพรรณและสัตว์ป่านานาชนิด มีอ่าวที่สำคัญๆ ได้แก่ อ่าวแม่หม้าย ที่ตั้งของท่าเรือเกาะพยาม และที่ทำการหมู่บ้าน อ่าวเขาควาย จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน และอ่าวใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ มักจะไปอาบแดดและชมพระอาทิตย์ที่นี่เช่นกัน สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าได้ครบทั้งบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติดรวมถึงสัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มๆกันเลยทีเดียว